เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างมูลค่าโดยการระบุโอกาสในการลดการใช้ทรัพยากรและวัสดุตลอดการประเมิน Life Cycle Assessments (LCA) ของผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า มากไปกว่านั้นการดูแลผลิตภัณฑ์ยังส่งเสริมนวัตกรรมและกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความคาดหวังที่เกี่ยวเนื่องกับความยั่งยืนและความโปร่งใสทางสังคมและธุรกิจให้เพิ่มขึ้น

แนวทางการดูแลผลิตภัณฑ์ของเราประกอบด้วย

ขยายการใช้ระบบประเมิน Life Cycle Assessments (LCA) สำหรับผลิตภัณฑ์
ใช้เกณฑ์การออกแบบเชิงนิเวศ และการสื่อสารความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
นวัตกรรมรีไซเคิลแบบปิด และ ความเป็นผู้นำในการใช้งานและส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติก PET
ประเมินผลวัตถุดิบทดแทนชีวภาพ
ส่งเสริมโครงการ “การกำกับดูแลเหนือระดับ” เพื่อขจัดการใช้สารที่อาจเป็นอันตราย
เกณฑ์การออกแบบเชิงนิเวศและการสื่อสารความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

เกณฑ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ของเรา

ทรัพยากร

(พลังงานทดแทน ทรัพยากรน้ำ การปล่อยก๊าซคาร์บอน)

ผลกระทบในแต่ละขั้นตอน

ความเป็นพิษ

พลาสติกเชิงชีวภาพ

(ศักยภาพในการรีไซเคิล)

ความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพและการผสมผสาน

การทำให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบาและบางลง

การปฏิบัติตามข้อกำหนด

(FDA, REACH, SIN list, SVHC list)

ประสิทธิภาพการขนส่ง

การจัดการสินค้าตกรุ่น

ไอวีแอลได้ใช้กระบวนการซึ่งก่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างมาก (วัดจากการใช้พลังงาน ปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อตันของการผลิต) เราดูแลให้การประเมินเกณฑ์การออกแบบเชิงนิเวศและการตัดสินใจขององค์กรมีระเบียบแบบแผนมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของเรา

ไอวีแอลจัดทำเอกสารข้อมูลความปลอดภัยในรูปแบบ GHS SDS ให้แก่ลูกค้า และได้จัดทำฉลากผลิตภัณฑ์ตามรูปแบบ GHS เราจะดำเนินการสื่อสารด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้พร้อมใช้งานมากขึ้นผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติที่ดีสำหรับการดูแลผลิตภัณฑ์และความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา รวมถึงเป็นผู้นำโครงการริเริ่ม เช่น การเข้าร่วมกลุ่ม การดูแลอย่างรับผิดชอบ

ไอวีแอลมีบทบาทในโครงการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งใช้วัตถุดิบเชิงชีวภาพสำหรับผลิตภัณฑ์เคมี วัสดุทดแทนและสารเคมีชีวภาพที่เราจัดหาและใช้ในการผลิตจำเป็นที่จะต้องได้รับการรับรองว่าผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในปี 2568 วัตถุดิบหมุนเวียนคิดเป็น 1.60% ของปริมาณวัตถุดิบทั้งหมดที่ไอวีแอลใช้ โดยคำนวณจากวัตถุดิบเชิงชีวภาพ 250,466 ตัน จากปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ทั้งหมด 15,607,282 ตัน วัตถุดิบดังกล่าวประกอบด้วยน้ำมันเมล็ดในปาล์มและแอลกอฮอล์ไขมันจากน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (PKO fatty alcohols), Bio-MEG, เซลลูโลส, PLA, ขนสัตว์ และวัตถุดิบเชิงชีวภาพอื่น ๆ

เพื่อสนับสนุนการยอมรับและการเติบโตของทางเลือกที่ใช้วัตถุดิบหมุนเวียนในวงกว้างมากขึ้น ยังคงมีความท้าทายหลายประการ เช่น การขยายเทคโนโลยีใหม่ให้สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ การติดตามพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และการบริหารพอร์ตเทคโนโลยีและความร่วมมือให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างเจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิตเรซิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าของ PET ทั้งนี้ เนื่องจากความร่วมมือบางส่วนมีลักษณะเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้

คำแถลงเรื่อง GMO ของไอวีแอล
เป้าหมายด้านวัตถุดิบหมุนเวียน

วัตถุดิบชีวภาพ: 16% ของวัตถุดิบจากภายนอกทั้งหมดของไอวีแอล ภายในปี 2573

วัตถุดิบรีไซเคิล (PET หลังการบริโภคที่ถูกอัดเป็นก้อน): 23% ของวัตถุดิบ PET ของไอวีแอล ภายในปี 2573

ความก้าวหน้าในปี 2568

วัตถุดิบชีวภาพ: 1.58% ของวัตถุดิบจากภายนอกทั้งหมด

วัตถุดิบรีไซเคิล (PET หลังการบริโภคที่ถูกอัดเป็นก้อน): 5.51% ของวัตถุดิบของ CPET และ Indovida

กรณีศึกษา

นวัตกรรมหมอนเพื่อความยั่งยืนจาก PLA พอลิเมอร์ชีวภาพ

เส้นใยในหมอนประกอบด้วย PLA พอลิเมอร์ชีวภาพ 95% ทำมาจากวัตถุดิบเส้นใย PLA ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยั่งยืนแทนการใช้เส้นใยจากปิโตรเลียม นอกจากนี้ ยังสามารถรีไซเคิลและย่อยสลายในระบบโรงงานอุตสาหกรรมได้ 100% นวัตกรรมหมอนที่ยั่งยืนนี้ได้รับการรับรองสำหรับแบรนด์ Sinfineco ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ที่เรามอบให้บริษัท Trevira

AEROPOWDER – ฉนวนที่ย่อยสลายได้

ผลิตภัณฑ์ฉนวนย่อยสลายได้ชื่อว่า Pluumo เป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัท Trevira และ บริษัท AEROPOWDER โดยเริ่มต้นเปิดตัวในลอนดอนเป็นที่แรก ผลิตภัณฑ์ฉนวนนี้สามารถย่อยสลายได้และเป็นนวัตกรรมวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวคิดมาจากขนนก ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมีคุณสมบัติ เป็นฉนวน และเพื่อสานต่อแนวคิดนี้ให้เป็นจริง AEROPOWDER จึงได้ร่วมมือกับบริษัทสิ่งทอ Trevira GmbH เราได้พัฒนาเส้นใยที่มีการถักทอพิเศษคือเส้นใยสององค์ประกอบ ซึ่งประกอบไปด้วยพอลิเมอร์ชีวภาพสองชนิดที่แตกต่างกัน

ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการการดูแลผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของอินโดรามา เวนเจอร์ส เราจัดทำ รายการสารควบคุม (Restricted Substances List) และอยู่ระหว่างการพัฒนา รายการ “Beyond Restricted Substances” เพื่อระบุสารที่มีความน่ากังวลและประเมินทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แม้ว่าสารบางชนิดอาจยังไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงในปัจจุบัน แต่เรายังคงติดตามข้อกังวลที่เกิดขึ้นใหม่จากผู้มีส่วนได้เสียและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในเชิงรุก พร้อมทั้งแสวงหาทางเลือกที่เหมาะสม

กระบวนการ Product Compliance Risk Characterization (PCRC) ซึ่งดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ของเราร้อยละ 100 ใช้ในการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม กระบวนการดังกล่าวนำข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ในขั้นปลายน้ำที่ได้รับจากทีมงานที่ติดต่อกับลูกค้ามาประกอบการพิจารณา และประเมินวัตถุดิบแต่ละชนิด โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับส่วนประกอบใหม่ที่อาจนำมาใช้ในสูตรผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกี่ยวข้องกับอันตรายในกระบวนการผลิตและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เช่น การขึ้นทะเบียนสารเคมีและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารในตลาดเป้าหมาย

เราประเมินสารเคมีที่ใช้ในการดำเนินงานและโอกาสในการสัมผัสของพนักงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดให้มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมสำหรับสารใน รายการ SVHC และ SIN ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง รวมถึงสารระเหย เราดำเนินการเชิงรุกด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเคมี โดยติดตามพัฒนาการด้านกฎระเบียบ ดำเนินการประเมินที่เกี่ยวข้อง และดูแลให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ใช้บังคับ รวมถึงกฎระเบียบ REACH ของสหภาพยุโรปและรายการ SVHC พร้อมทั้งแสวงหาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับสารที่มีความน่ากังวลตามความเหมาะสม

Indorama Ventures’ Hazardous Chemicals Commitment
Indorama Ventures' revenue in 2025

ผลงานสำคัญ

  • 100% of European entities were compliant with REACH regulations.
  • 100% compliance with the ECHA SVHC list.
  • Zero violations of domestic and international regulations.

กรณีศึกษา

เส้นใยสั้นหน่วงไฟชนิดปราศจากแอนติโมนี

เราผลิตเส้นใยที่มีความสามารถพิเศษคือ Trevira CS® ซึ่งเป็นเส้นใยหน่วงไฟชั้นนำของโลก โดย Trevira ได้ทำการขยายผลของเทคโนโลยีดังกล่าวไปสู่เส้นใยเหล่านี้

ผลิตภัณฑ์ iCareTM ปราศจากโลหะหนัก

iCareTM สะท้อนถึงค่านิยมหลักข้อที่ห้าของอินโดรามา เวนเจอร์ส คือ “เรามีความรับผิดชอบ” รวมถึงความมุ่งมั่นของเราด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมกลุ่มผลิตภัณฑ์ iCareTM ครอบคลุมเส้นใย เส้นด้ายฟิลาเมนต์ และเรซิน PET สำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัย ยานยนต์ และภาคอุตสาหกรรม รวมถึง เม็ดชิปปราศจากโลหะหนัก (Heavy Metal-Free Chips) สำหรับการผลิตเส้นด้ายฟิลาเมนต์ ผลิตภัณฑ์สปันบอนด์/สปันเมลต์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

Our Product Sustainability Assessment (PSA) methodology is based on WBCSD principles by design while the LCA is based on ISO 14040 and 14044.

As part of our strategy to develop more sustainable products in line with the needs of our clients and society, we developed a methodology that follows best market practices and which is based on the guidelines of the the World Business Council for Sustainable Development's Portfolio Sustainability Assessment (PSA).

In 2021, we analyzed the sustainability performance of strategic products in our existing portfolio for the HPC, CROP, Coating, and Oil & Gas segments, to learn about their respective strengths and implement action plans that improve those classified as underperforming. The methodology and internal evaluation process were audited and validated by a third party. The methodology was also adapted for products in development in 2021. The purpose of this action is to ensure that Oxiteno’s current product portfolio is always updated with developments duly classified under sustainability, while also making it possible to monitor the project portfolio and respective solutions being developed in this regard. This initiative will give us clear visibility in how well new developments adhere to Oxiteno’s sustainability strategies and expand management's capacity over the company’s solutions portfolio.

The PSA assessment is made through a qualitative and quantitative questionnaire composed of 26 environmental, social, and economic criteria, which analyze the product being applied at different stages of its life – from intrinsic characteristics, the manufacturing process, and use of the product by our client or even by an end user. Depending on the level of performance, the product must have an action plan for the adoption of control measures or, in terms of a positive evaluation, to leverage its sales.

Also, as part of the strategy for more sustainable products, Oxiteno measures the environmental impacts of its products and processes through Life Cycle Assessments (LCAs), a methodology governed by the ISO 14040 and 14044 standards, which quantifies environmental impacts – from the extraction of raw materials to the manufacturing and distribution stages, to use and final disposal. The results of the analysis can help the company make decisions regarding the choice of technological routes and raw materials with less impacts.

The 2030 sustainability strategic plan dedicated to the IOD business segment has a public target in which 15% of business revenues come from more sustainable products with 50% of new developments using the PSA and LCA methodology as a basis beginning in 2025.

การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) เป็นการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละช่วงที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การผลิต และการบรรจุ ไปจนถึงช่วงปลายอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ในกรณีที่เกี่ยวข้อง โดยในแต่ละช่วงจะมีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากปัจจัยนำเข้าและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น วัตถุดิบ การใช้พลังงานและน้ำ การปล่อยมลพิษสู่อากาศ น้ำเสีย ของเสีย และกระแสด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบผลิตภัณฑ์

อินโดรามา เวนเจอร์ส ดำเนินการศึกษาการประเมินวัฏจักรชีวิตตามมาตรฐาน ISO 14040 และ ISO 14044 โดยอาศัยความสามารถด้าน LCA ภายในองค์กรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

เส้นทางของอินโดรามา เวนเจอร์ส สู่การประเมินวัฏจักรชีวิต

ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามด้านความยั่งยืน อินโดรามา เวนเจอร์ส ติดตามและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านการดำเนินการประเมินวัฏจักรชีวิต

วัตถุประสงค์ของการศึกษา LCA ของเราคือเพื่อวัดปริมาณผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ ระบุปัจจัยหลักและจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนำผลการประเมินไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ตลอดจนการสื่อสารกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

ด้วยศักยภาพภายในองค์กร ทีม LCA ดำเนินการประเมินทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วและผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนที่พัฒนาขึ้นใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุชีวภาพและวัสดุรีไซเคิล ในปี 2025 การประเมินดังกล่าวครอบคลุมการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าด้านข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลด้านสมรรถนะทางสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ทั้งจากวัตถุดิบทั่วไป วัตถุดิบชีวภาพ และวัสดุรีไซเคิล

ในการศึกษา LCA ของเรา เราประเมินหมวดหมู่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง การใช้ทรัพยากร ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งรวมถึง การลดลงของทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต การใช้ที่ดิน การลดลงของทรัพยากรน้ำ การเกิดภาวะเป็นกรด ฝุ่นและฝุ่นละออง ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศ ภาวะยูโทรฟิเคชัน ภาวะโลกร้อน การทำลายชั้นโอโซน การเกิดโอโซนจากปฏิกิริยาโฟโตเคมี ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ความเป็นพิษต่อมนุษย์ และรังสีไอออไนซ์

ไฮไลต์ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประเมินด้วย LCA

อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้ดำเนินการศึกษา LCA สำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท รวมถึงเรซิน PET พรีฟอร์ม PET รีไซเคิล เส้นใยและเส้นด้าย ตลอดจนผลิตภัณฑ์เคมีขั้นกลางอื่น ๆ การประเมินเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและช่วงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น

การศึกษา LCA ของเราครอบคลุมผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานในหลากหลายภูมิภาคและกลุ่มธุรกิจ โดยการประเมินเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อระบุผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและโอกาสในการปรับปรุง รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และการสื่อสารกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

ผลจากการศึกษาเหล่านี้ช่วยให้อินโดรามา เวนเจอร์ส เข้าใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ที่เลือกประเมิน ระบุปัจจัยหลักและจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบ และสนับสนุนการปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และกระบวนการอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Management: LCM)

การบริหารจัดการวัฏจักรชีวิต (LCM) คือการนำข้อมูลที่ได้จาก LCA มาใช้เชิงรุกและอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอินโดรามา เวนเจอร์ส ใช้ข้อมูลวัฏจักรชีวิตเพื่อระบุโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยง และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์

อินโดรามา เวนเจอร์ส ดูแลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างครบถ้วน การดำเนินงานของเราเริ่มต้นจากพื้นฐานที่มีระดับผลกระทบจากความเป็นพิษของสารเคมีอยู่ในระดับต่ำ เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม อินโดรามา เวนเจอร์ส มีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของสถานประกอบการทุกแห่ง และมุ่งมั่นที่จะลดความเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของเราลงอย่างต่อเนื่อง

อินโดรามา เวนเจอร์ส มีบทบาทนำในองค์กรอุตสาหกรรมหลายแห่ง เพื่อร่วมกันระบุประเด็นใหม่ที่อาจก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้โมโนเมอร์ สารเติมแต่ง และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของบริษัทในงานที่มีความอ่อนไหว เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม และยา บริษัทติดตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล และดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อมีความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นไปตามค่าขีดจำกัดด้านความเป็นพิษที่กำหนด

อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังระบุข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้โมโนเมอร์ กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมทำงานร่วมกับองค์กรอุตสาหกรรมเพื่อจัดการกับประเด็นเหล่านี้ตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ข้อจำกัดทางกฎหมาย

สำหรับการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย REACH ถือเป็นหนึ่งในกฎระเบียบที่สำคัญที่สุดของประชาคมยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการคุ้มครองสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผ่านการระบุคุณสมบัติภายในของสารเคมีได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนการประเมินความปลอดภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้สารดังกล่าวอย่างเหมาะสม อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้ดำเนินการตามกำหนดเวลาของ REACH ในปี 2010 และ 2013 ครบถ้วนแล้ว โดยสามารถขอข้อมูลหรือเอกสารยืนยันเกี่ยวกับ REACH ได้จากหน่วยงานฝ่ายขายในแต่ละภูมิภาค

ความมุ่งมั่นของเรา

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทางเลือกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุและพัฒนาสารหรือวัสดุทดแทนสำหรับสารอันตราย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะจัดสรรทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงงบประมาณเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการทดแทนสารอันตราย

หน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือสำนักงานสารเคมีแห่งยุโรป (ECHA) อาจดำเนินการระบุสารที่มีความน่ากังวลสูง (Substances of Very High Concern: SVHCs) ซึ่งสารดังกล่าวอาจถูกกำหนดข้อจำกัดหรือห้ามใช้ในภายหลัง

ผลงานสำคัญ

  • หน่วยงานของบริษัทในยุโรปร้อยละ 100 ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ REACH
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้อยละ 100 ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการขึ้นทะเบียนสารเคมีและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึง REACH

เส้นด้ายจากเส้นใยยาว PLA ได้รับการรับรองจาก ISEGA

เส้นใย PLA ของบริษัท Trevira ช่วยตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลือกนั้นยังได้รับการรับรอง ISEGA ด้วยความร่วมมือกันระหว่างลูกค้าของเรา บริษัท Trevira ใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนทั้งเส้นใยสั้น PLA และเส้นด้ายจากเส้นใยยาว PLA ในการผลิตสินค้า เช่น ถุงมือนวด ถักโดย บริษัท MDD di Maddaleno Massimiliano ประเทศอิตาลี ผ้าบุภายในเพื่อป้องกันแสงแดดโดย บริษัท Vertisol ประเทศสเปน และผ้าทอ PLA 100% โดย บริษัท Chamatex ประเทศฝรั่งเศส

เส้นใยและเส้นด้ายจากเส้นใยยาวที่หน่วงไฟของ Trevira ได้รับการรับรองมาตรฐาน 100 โดย OEKO-TEX®; และได้รับการจัดอันดับสูงสุดซึ่งหมายความว่า เส้นใยเหล่านี้เหมาะสำหรับการใช้งานในทารกและเด็กเล็ก

มาตรฐาน 100 โดย OEKO-TEX® เป็นหนึ่งในการรับรองที่รู้จักกันดีที่สุดในโลกสำหรับสิ่งทอที่ถูกทดสอบสารอันตราย ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและแสดงถึงความปลอดภัยระดับสูงของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เส้นใยของเราที่ Indorama Polychem Indonesia ยังได้รับการรับรอง Oeko-Tex STeP

STeP โดย OEKO-TEX®; ย่อมาจาก Sustainable Textile & Leather Production เป็นระบบการรับรองแบบแยกส่วนสำหรับโรงงานผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องหนัง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน

ดูความหมายของมาตรฐาน 100 และเหตุใดจึงควรตรวจสอบฉลากนี้เมื่อซื้อสิ่งทอที่ https://www.oeko-tex.com/en/

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ของไอวีแอลจะไม่มีความเป็นพิษและสอดคล้องกับกฏหมายและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแต่บริษัทก็ยังมีแนวทางและวิธีการในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากความเป็นพิษของวัตถุดิบและสารเคมีอื่นๆ ในกระบวนการผลิต บริษัทมีการตรวจสอบวัตถุดิบอย่างเข้มงวด และประเด็นปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นที่รู้จักและได้รับการจดทะเบียนแล้ว หรือใช้สารเคมีทางเลือกอื่นๆ ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เรามีการประเมินความเสี่ยงของสารเคมีที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน และความเสี่ยงต่อพนักงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการควบคุมสารเคมีที่ระเหยได้ ตามรายชื่อสารเคมีอันตรายที่ปรากฏใน SVHC list และSIN list ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้

บริษัทดำเนินมาตรการเชิงรุกโดยมีส่วนร่วมในการประเมิน และรับรองว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบสารเคมีของ สหภาพยุโรป (Regulation on Registration, Evaluation, Authorization and Restriction of Chemicals - REACH) และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการ ใช้สารเคมีในระดับสากล ทางบริษัทได้มีการดำเนินงาน ให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีการใช้สารเคมีที่สอดคล้องกับบัญชี รายชื่อสารเคมี ECHA SVHC และเพื่อให้เกิดความปลอดภัย มากขึ้นและ เราได้เริ่มมีการยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สาร เคมีที่อยู่ใน SIN list ออก

เป้าประสงค์ของเราคือการประเมินวัตถุดิบ สารเคมี และ ผลิตภัณฑ์ของเราให้ครอบคลุมทั้งหมดระหว่างปี 2563 โดยใช้รายชื่อใน SIN list เป็นเกณฑ์และกำหนดเป้าหมาย สำหรับการปรับปรุงเพิ่มเติมภายในปี 2564 เราตรวจสอบ ข้อมูลใหม่ใน SVHC list และประเมินการใช้วัตถุดิบของเรา ในบางกรณี อาจมีสารเคมีที่อยู่ใน SVHC list ขณะที่เป็น รูปแบบวัตถุดิบ แต่เมื่อนำมาแปลงสภาพเป็นรูปแบบอื่น ที่ไม่อันตราย สารนั้นก็ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้าน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

“ไอวีแอลตั้งเป้าหมายว่าจะต้องไม่มีการละเมิดระเบียบข้อบังคับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงไม่มีการใช้สารอันตรายที่มีความกังวลสูง (SVHC)” เราได้ประเมินสารเคมีที่ใช้ในการดำเนินงานและความเสี่ยงต่อพนักงานของเราและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการควบคุมสารเคมีที่ระเหยได้ตามรายชื่อสารเคมีอันตรายที่ปรากฏใน SVHC list และ SIN list ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้

เราใช้แนวทางและเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทดแทนการศึกษาในสัตว์เมื่อสามารถทำได้ เช่น การใช้ข้อมูลจากสารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน (read-across approaches) การพิจารณาหลักฐานโดยรวม (weight-of-evidence) การสร้างแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ (in silico modeling) และการทดสอบในหลอดทดลอง (in vitro testing) ในกรณีที่มีวิธีการดังกล่าวและมีความเหมาะสม

ในกรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีอื่นทดแทนการศึกษาในสัตว์ได้ เราใช้แนวทางต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนสัตว์ที่จำเป็นต้องใช้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลที่ได้จากแต่ละการศึกษาให้มากที่สุด แนวทางเหล่านี้รวมถึงการผสานการศึกษาการได้รับสารซ้ำกับการศึกษาด้านการสืบพันธุ์ การเพิ่มตัวแปรหรือข้อมูลประกอบในการศึกษาเพื่อลดความจำเป็นในการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต และการลดความเครียดของสัตว์เท่าที่สามารถทำได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์สำคัญของการศึกษา

ห้องปฏิบัติการทุกแห่งที่เราว่าจ้างให้ดำเนินการศึกษาในสัตว์ได้รับการรับรองจาก Association for Assessment and Accreditation of Laboratory Animal Care International (AAALAC) และดำเนินงานตามแนวทางและหลักปฏิบัติของ Institutional Animal Care and Use Committee (IACUC) นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของสัตว์ เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมด้านการดูแลและการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านสัตวแพทย์ประจำสถานที่