การดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ
เรายึดแนวทางการบริหารค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สามารถแข่งขันได้ และเหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ โดยมีการประเมินระดับค่าตอบแทนเทียบกับข้อมูลตลาดภายนอกและระดับค่าครองชีพที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เรายังยึดหลักค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน และทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนเพื่อระบุและจัดการความแตกต่างด้านค่าตอบแทนที่อาจเกี่ยวข้องกับเพศ
อัตราการรักษาพนักงานโดยรวม 84.96%
เราใช้ข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลกำลังคน การสำรวจ Global Employee Engagement Survey ข้อเสนอแนะจากพนักงาน และการหารือกลุ่มย่อย มาปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ ตลอดวงจรชีวิตของพนักงาน แนวทางดังกล่าวได้รับการสนับสนุนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลและการติดตามแนวโน้มด้านกำลังคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบุประเด็นสำคัญและกำหนดมาตรการรักษาบุคลากรที่เหมาะสม ซึ่งช่วยสนับสนุนเสถียรภาพของกำลังคนและความสามารถในการรับมือขององค์กรในระยะยาว
หมายเหตุ: อัตราการลาออกได้รับการคำนวณใหม่และปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังตามคำนิยามและวิธีการคำนวณที่เข้มงวดมากขึ้น
เราใช้ข้อมูลกำลังคนและการวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการดึงดูดและรักษาบุคลากร โดยทบทวนขีดความสามารถของพนักงานในปัจจุบัน คาดการณ์ความต้องการบุคลากรในอนาคต และระบุช่องว่างด้านทักษะ เพื่อให้การบริหารจัดการบุคลากรยังคงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ความยั่งยืนของกำลังคน และผลการดำเนินงานในระยะยาว
แนวทางการรักษาบุคลากรของเราได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการและมาตรการที่มุ่งเน้น ได้แก่ การพัฒนาเส้นทางอาชีพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง โอกาสในการเรียนรู้ การบริหารผลการปฏิบัติงาน สวัสดิการพนักงาน รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น โครงการส่งเสริมสุขภาวะ ตลอดจนการสำรวจความผูกพันและการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ แนวทางเหล่านี้ได้รับการนำไปปรับใช้ในแต่ละธุรกิจและพื้นที่ดำเนินงานตามความต้องการของกำลังคนและลำดับความสำคัญขององค์กร
เรายังคงเสริมสร้างกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลในระดับโลกและขีดความสามารถของบุคลากรให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท:
- ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล (Human Resources Information System: HRIS): แพลตฟอร์มการบริหารทุนมนุษย์ระดับโลกที่สนับสนุนการกำหนดเป้าหมายอย่างสอดคล้อง การติดตามผลการปฏิบัติงาน การประเมินผลอย่างโปร่งใส และการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเป็นมาตรฐานทั่วทั้งการดำเนินงาน โดยผลการประเมินยังใช้ประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงาน
- การสรรหาบุคลากรและการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง: กรอบการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของเราครอบคลุมตำแหน่งผู้นำระดับอาวุโส ระดับกลาง และระดับสถานประกอบการ โดยได้รับการสนับสนุนผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นตามความต้องการ และการทบทวนผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
- การพัฒนาภาวะผู้นำและขีดความสามารถ: เราเสริมสร้างขีดความสามารถด้านภาวะผู้นำผ่านการฝึกอบรมที่มีโครงสร้าง การเรียนรู้ดิจิทัล การให้คำปรึกษา และโปรแกรมการพัฒนาต่าง ๆ เพื่อสร้างกลุ่มผู้นำที่เข้มแข็งและพร้อมสำหรับอนาคต
- ความผูกพันและการสื่อสารกับพนักงานทั่วโลก: การสำรวจ Global Employee Engagement (GEE) ดำเนินการทุก 2 ปี ครอบคลุมทุกภูมิภาคและหน่วยธุรกิจ เพื่อประเมินความผูกพันและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจถูกนำไปใช้กำหนดแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและโครงการด้านทรัพยากรบุคคล ขณะที่การสื่อสารอย่างต่อเนื่องได้รับการสนับสนุนผ่านการประชุม Townhall การหารือกลุ่มย่อย การประชุม HR Connect การสื่อสารจากผู้นำ และเวทีเปิด เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความไว้วางใจ และความผูกพันของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
ความผูกพันของพนักงาน
แนวทางด้านความผูกพันของพนักงานช่วยให้เราเข้าใจความต้องการและประสบการณ์ของพนักงานได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสร้างสถานที่ทำงานที่พนักงานเลือกทำงานด้วย ตลอดเส้นทางการทำงานของพนักงานกับอินโดรามา เวนเจอร์ส เราพิจารณาจุดสัมผัสต่าง ๆ เพื่อระบุและดำเนินการที่เหมาะสม โดยการสำรวจ Global Employee Engagement Survey เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของแนวทางนี้
รักษาคะแนน Employee Net Promoter Score (NPS)
≥ 70% ตั้งแต่ปี 2567
การสำรวจ Global Employee Engagement (GEE) จัดทำทุก 2 ปี และครอบคลุมตัวชี้วัดดังต่อไปนี้:
- อัตราการมีส่วนร่วมในการสำรวจ: 88.36%
- ความผูกพันของพนักงาน: 73.91% (พนักงานที่มีความผูกพันในระดับสูง)
- Employee Net Promoter Score: 75.01%
- ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความผูกพัน:
- เป้าหมายและความมุ่งหวัง: 74.69%
- ความรับผิดชอบและความร่วมมือ: 79.46%
- ขีดความสามารถและปฏิสัมพันธ์ของผู้จัดการ: 74.03%
- การบริหารผลการปฏิบัติงานและการยกย่อง: 62.88%
- ภาวะผู้นำ: 73.35%
- การสำรวจ GEE ประเมินความผูกพันในหลายมิติของความเป็นอยู่ที่ดี ได้แก่ ความพึงพอใจในงาน ความรู้สึกถึงคุณค่าและเป้าหมาย ความเป็นอยู่ที่ดี และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
ข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจถูกนำมาใช้ติดตามแนวโน้มด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการกำหนดแนวทางการปรับปรุงทั้งในระดับโลกและระดับสถานประกอบการ โดยมีการทบทวนจากฝ่ายบริหาร ข้อมูลดังกล่าวยังนำไปใช้ประกอบการพัฒนาโครงการด้านทรัพยากรบุคคลทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น เช่น การปรับปรุงระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน การประเมินค่างานและการเปรียบเทียบค่าตอบแทน แนวทางการสื่อสาร การพัฒนาภาวะผู้นำ และการยกย่องพนักงาน
เพื่อให้การติดตามผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สถานประกอบการดำเนินกระบวนการติดตามผลอย่างเป็นระบบหลังการสำรวจในแต่ละรอบ ซึ่งรวมถึงการหารือกลุ่มย่อย การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการจัดลำดับประเด็นที่ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ เรายังรักษาการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างสม่ำเสมอผ่านการประชุม Townhall การประชุม HR Connect การสื่อสารจากผู้นำ และเวทีเปิด เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความไว้วางใจ และความผูกพันของพนักงานอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร
การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือขององค์กร ผลการดำเนินงาน และความยั่งยืนในระยะยาว แนวทางของเราครอบคลุมความเป็นอยู่ที่ดีทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ผ่านโครงการที่ดำเนินการภายใต้กรอบการทำงานที่เป็นระบบ โดยมีบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจน การนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ดำเนินงาน และการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและลำดับความสำคัญขององค์กร
เราต่อยอดจาก Corporate Well-being Reinvention Framework ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ผ่านโครงการที่บูรณาการและแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความรู้สึกมีคุณค่าและความพึงพอใจในการทำงาน
เพื่อสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เราจัดให้มีรูปแบบเวลาการทำงานที่เหมาะสม วันลาพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้าง และทางเลือกในการทำงานที่ยืดหยุ่น รวมถึงการทำงานแบบพาร์ตไทม์ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิวันลาโดยได้รับค่าจ้างอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการพักผ่อนและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว

สวัสดิการพนักงาน
ที่อินโดรามา เวนเจอร์ส เราจัดให้มีโครงการสวัสดิการที่ครอบคลุม เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของเราต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืนของกำลังคนในระยะยาว โดยโครงการดังกล่าวสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน รวมถึงการดูแลครอบครัว พร้อมทั้งจัดให้มีรูปแบบสวัสดิการที่ยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน และสามารถปรับให้เหมาะสมได้ตามความเป็นไปได้
การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้าง
ผู้ดูแลหลักและผู้ดูแลที่ไม่ใช่ผู้ดูแลหลักมีสิทธิได้รับการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้าง ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย ผู้ดูแลหลักได้รับสิทธิลาสูงสุด 60 วันโดยได้รับค่าจ้าง ขณะที่ผู้ดูแลที่ไม่ใช่ผู้ดูแลหลักได้รับสิทธิลาสูงสุด 2 สัปดาห์
การลาเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว
พนักงานสามารถใช้สิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างสูงสุด 30 วัน หรือลางานศพสูงสุด 5 วัน เพื่อดูแลบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงคู่สมรส บุตร และบิดามารดา ที่มีภาวะด้านสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต
เงินช่วยเหลือกรณีมีบุตร
บริษัทจัดให้มีเงินช่วยเหลือสำหรับการคลอดบุตรในแต่ละครั้ง
การสนับสนุนด้านการดูแลบุตร
มีทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงาน รวมถึงเงินช่วยเหลือกรณีคู่สมรสคลอดบุตรและการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
การสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับครอบครัว
สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมพนักงาน คู่สมรส บุตร และบิดามารดา
ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม
สวัสดิการประกันสุขภาพมีให้แก่พนักงาน และสามารถขยายความคุ้มครองไปยังคู่สมรสและบุตรได้
การส่งเสริมสุขภาวะและสุขภาพในสถานที่ทำงาน
กิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางกายและเสริมสร้างความเป็นทีมในหมู่พนักงาน