กระบวนการประเมินซัพพลายเออร์เริ่มมีขึ้นในปี 2557 และได้ขยายไปถึงซัพพลายเออร์จัดหาวัตถุดิบและซัพพลายเออร์จัดหารายสำคัญที่ไม่ใช่วัตถุดิบจนครบ 100 % ในปี 2558 และยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน กระบวนการนี้ใช้ได้กับซัพพลายเออร์วัตถุดิบและซัพพลายเออร์จำเป็นที่ไม่ใช่วัตถุดิบรายใหม่ทั้งหมด กระบวนการประกอบด้วยแนวทางที่เป็นระบบและสอดคล้องกันโดยขอให้ซัพพลายเออร์ตอบแบบสอบถามการตรวจประเมินตนเองซึ่งจะช่วยประเมินโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน แรงงานเด็ก และการบังคับทำงาน การกำกับดูแล(การปฏิบัติตามกฎระเบียบ) และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ไอวีแอลเน้นองค์ประกอบต่อไปนี้ในการตรวจประเมินซัพพลายเออร์รายย่อย

Addressing on the company’s awareness on ESG in its supply chain

การจัดการเรื่องความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท

เนื่องจากความยั่งยืนเป็นประเด็นที่มีอิทธิพลและถูกหยิบยกมาพูดถึงทั่วโลก ไอวีแอลจึงตอบสนองต่อแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการจัดการเรื่องความตระหนักและมีความมีจิตสำนึกต่อประเด็น ESG ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดอย่างชัดเจนเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการของบริษัทฯ มีความมุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนทั้งนี้ไอวีแอลได้พัฒนานโยบายที่ครอบคลุมเพื่อบรรลุการจัดหาวัตถุดิบให้ได้มาตรฐานระดับโลกโดยเน้นประเด็นความยั่งยืน รวมถึงการคิดเชิงธุรกิจแบบองค์รวมถูกบูรณาการอย่างเป็นระบบเข้ากับกลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทาน

ไอวีแอลมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงประเด็น ESG ในข้อตกลงที่มีผลผูกพันตามกฎหมายกับซัพพลายเออร์หลัก

Communicating its strategic commitments for sustainable future in supply chain

การสื่อสารเรื่องพันธกิจเชิงกลยุทธ์ของบริษัทเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ มีการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกเรื่องพันธกิจเชิงกลยุทธ์ที่มีมานานและสะท้อนแนวทางที่ครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทาน สำหรับการดำเนินงานภายในนั้น เรารับรองว่าประเด็นความยั่งยืนจะถูกสอดแทรกอยู่ในกระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำของเรา สำหรับภายนอก เราจะตรวจสอบให้แน่ว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่นๆ นั้นเป็นไปตามหลักการเดียวกัน

การเผยแพร่ความยั่งยืนสู่ภายนอกไปยังผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และสังคมภายนอก

พันธกิจนี้จะรวมถึงกระบวนการจัดซื้อทั้งหมดรวมทั้งแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณซัพพลายเออร์ของเราซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมความสัมพันธ์ด้านอุปทานและเพื่อตรวจสอบให้แน่ว่าซัพพลายเออร์ของเรามีส่วนในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแต่ไอวีแอลเท่านั้น ซัพพลายเออร์เองก็ถูกคาดหวังให้รักษาระบบบริหารจัดการและการควบคุมเหล่านี้ไว้ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชุมชนและสังคมจะได้รับผลกระทบในทางบวกจากการดำเนินงานเหล่านี้

การคิดค้นนวัตกรรมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แนวทางที่ยั่งยืนจะถูกพัฒนาและสร้างสรรค์ผ่านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนของซัพพลายเออร์และพันธมิตรของไอวีแอล ห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพสำคัญยิ่งต่อธุรกิจในการส่งมอบผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค ในขณะที่ตลาดโลกยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดการห่วงโซ่อุปทานจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีนวัตกรรมที่มากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการผู้จัดจำหน่ายสินค้าและต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เราเชื่อว่านวัตกรรมสามารถสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานโดยผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดหาวัสดุ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบทดแทนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน การทดแทนวัตถุดิบที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติหรือชีวภาพ วัตถุดิบที่มีความเป็นพิษต่ำ และการผลิตสินค้า

การประเมินและการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทฯ ทำการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อพัฒนาและนำกลยุทธ์ความเสี่ยงทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมาใช้ ไอวีแอลให้ความมั่นใจว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งหมดจะได้รับการบรรเทาอย่างเหมาะสมผ่านเครื่องมือตรวจสอบ กลไก และทรัพยากรต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับการปรับตัวของระบบอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมที่เราดำเนินงาน

กระบวนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ รับรองว่าจะดำเนินการบริหารจัดการด้วยความรับผิดชอบและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมต่อไป เราจะระบุช่องทางและหาทางปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานและผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังจะหาโอกาสพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งของใหม่และที่มีอยู่เดิมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ไอวีแอลกำลังเฝ้าติดตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและพิจารณาทบทวนงานศึกษาวิจัยต่างๆ และจะหาโอกาสแทนที่วัตถุดิบจากเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยสิ่งอื่นทันทีที่กรณีเรื่องการทดแทนเพื่อความยั่งยืนในด้านต่างๆโดยรวมมีความชัดเจนทั้งจากมุมมองทาง GHG สุขภาพมนุษย์ และความหลากหลายทางชีวภาพ

ในปี 2561 ซัพพลายเออร์รายใหม่ทั้งหมดได้รับการตรวจประเมินด้วยเกณฑ์ ESG และไม่มีรายใดถูกระบุว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงลบ ไม่พบกรณีการใช้แรงงานเด็กหรือการบังคับทำงานในการปฏิบัติงานของไอวีแอลและในห่วงโซ่อุปทาน

ซัพพลายเออร์

กระบวนการประเมินซัพพลายเออร์ซึ่งเริ่มมีขึ้นในปี 2557 ก่อนจะขยายไปถึงซัพพลายเออร์วัตถุดิบ ซัพพลายเออร์รายสำคัญที่ไม่ใช่วัตถุดิบและผู้รับเหมาทั้งหมดในปี 2558 ยังดำเนินต่อไป ซัพพลายเออร์นี้หมายรวมถึงผู้รับเหมาด้วย และกระบวนการประเมินก็เป็นวิธีที่เป็นระบบและสอดคล้องกัน

โดยขอให้พวกเขา: กระบวนการนี้ช่วยให้เราสามารถ:
  • รับทราบจรรยาบรรณของซัพพลายเออร์
  • ตอบแบบสอบถามการตรวจประเมินตนเอง
  • ประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และสามารถระบุความเป็นไปได้อย่างทั่งถึงมากยิ่งขึ้น
  • ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนซึ่งรวมถึงการใช้แรงงานเด็กและการบังคับทำงาน
  • จัดกลุ่มซัพพลายเออร์ออกเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง กลาง และต่ำ และร่วมมือกันเพื่อจัดการกับสิ่งที่ค้นพบจากการประเมินผลซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในห่วงโซ่อุปทาน
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์ปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนของเรา

คณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจทบทวนความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานทุกไตรมาสและริเริ่มโครงการบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสมเมื่อมีความจำเป็น เราตั้งเป้าว่าจะมีการตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างเป็นระบบภายในปี 2563