CEO
การเน้นความสำคัญเรื่องความยั่งยืนให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นในยามที่เราก้าวผ่านภาวะโรคระบาดที่แพร่กระจายทั่วโลกและความไม่แน่นอนต่างๆ

ในมุมมองของสถานการณ์ COVID-19 ความยั่งยืนหมายถึงความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ การทำงานร่วมมือกันกับผู้อื่น และการมุ่งเน้นให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดี

อาลก โลเฮีย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ

การดูแลเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในช่วง COVID

ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นเรื่องสำคัญเสมอในความพยายามเรื่องความยั่งยืนของเรา เรามุ่งเน้นเรื่องการดูแลความปลอดภัยของพวกเขาเป็นอันดับแรกโดยที่ยังคงรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและสนับสนุนชุมชนของเราอย่างเต็มที่ขณะที่พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันของ COVID-19 เราดำเนินความช่วยเหลือจากทั่วโลกอย่างรวดเร็วด้วยการจัดตั้งทีมบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินระดับโลก (Global Emergency Management Team, GEMT) และเพิ่มกำลังความสามารถให้แก่ทีมผู้บริหารท้องถิ่นของเราเพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงานและคอยกำกับดูแลมาตรการป้องกันตามพื้นที่หน่วยผลิตต่างๆ ทั้งนี้ยังรวมถึงการมีมาตการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการป้องกันและการดูแลสุขอนามัยที่เหมาะสม เราดำเนินการอย่างฉับไวในการปฏิบัติตามและนำแนวทางและข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นมาใช้ รวมทั้งมีการควบคุมสถานที่ทำงานภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็น

ในขณะที่บางประเทศต้องเผชิญกับคลื่นลูกที่สองและสามหรือการแพร่ระบาดในท้องถิ่น เรายังคงเตรียมความพร้อมในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ สำนักงานใหญ่และบริษัทย่อยของเราให้การสนับสนุนพนักงาน โรงพยาบาล องค์กรต่างๆ และกลุ่มชุมชน ในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น เงินบริจาค อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ PPE ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยและอาหาร พันธกิจของเราในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบยังคงแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้

ความยืดหยุ่นทางธุรกิจและการขยายการดำเนินงาน

ขณะที่การระบาดของ COVID-19 จะยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เรายังคงยึดมั่นในค่านิยมของบริษัทและมองการเปลี่ยนแปลงนี้ในแง่ของโอกาส ความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราเรื่องความยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนวัตกรรมและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมทำให้เรามีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานตลอดช่วงวิกฤตนี้ การลงทุนครั้งสำคัญของเราในธุรกิจรีไซเคิลแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของการดำเนินงานด้านรีไซเคิลซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ด้วยความสอดคล้องในกลยุทธ์ของเรา ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 เราได้เข้าซื้อธุรกิจออกไซด์และอนุพันธ์แบบบูรณาการระดับโลกของบริษัท Huntsman ด้วยเงินสดมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดและความมุ่งหวังอย่างมากที่สุดเท่าที่ไอวีแอลเคยทำมา สิ่งนี้ช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการวิจัยและพัฒนา ความสามารถทางด้านเทคนิค ขนาดของกิจการในนานาชาติของเราโดยดำเนินการผ่านฐานการผลิตที่สำคัญบนพื้นที่แถบ Gulf Coast, Chocolate Bayou และ Dayton ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมือง Ankleshwar ในประเทศอินเดีย และเมือง Botany ในประเทศออสเตรเลีย จากการผนวกรวมประสบการณ์ของไอวีแอลและ บริษัท Huntsman การเข้าถึงตลาด ทรัพย์สินทางปัญญาและทางเทคนิค เราจะสามารถลดรายจ่ายขององค์กร และรวมห่วงโซ่อุปทานและการจัดหาเข้าร่วมกัน ที่จะทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้นอีก 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2564

การเงินเพื่อความยั่งยืน

เรายังคงประสบความสำเร็จในการจัดหาแหล่งทุนสำหรับโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนของเรา ในปี พ.ศ. 2563 เราได้รับสินเชื่อสำคัญ 2 แหล่ง เพื่องานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีข้อกำหนดเชื่อมโยงกับการพัฒนาศักยภาพด้าน ESG ของไอวีแอล เราได้รับอนุมัติสินเชื่อนินจาที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนข้ามพรมแดนเป็นครั้งแรกของประเทศไทยซึ่งมีมูลค่า 225 ล้านเหรียญสหรัฐและได้มาจากธนาคารและสถาบันการเงิน 16 แห่งในประเทศญี่ปุ่น สิ่งนี้ได้รับอนุมัติโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเราและดอกเบี้ยจะปรับเปลี่ยนตามคะแนน ESG ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ไอวีแอลได้รับอนุมัติสินเชื่อสีน้ำเงินครั้งแรกของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation, IFC) ซึ่งมอบให้กับผู้ผลิตพลาสติกระดับโลก ที่ดำเนินการจัดการกับมลภาวะพลาสติกในทะเล แพคเกจทางการเงินมูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐที่เป็นหมุดหมายนี้ประกอบด้วยเงินกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior loan) จำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐจาก IFC และเงินกู้แลกเปลี่ยนกับกิจการอื่น (Parallel loan) จำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และ Deutsche Investitions-und Entwicklungsgesellschaft (DEG) แหล่งทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรีไซเคิลของเราในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และบราซิล โดยอาศัยศักยภาพทางการเงินนี้ เราสามารถแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม ที่จะสนับสนุนพันธกิจการรีไซเคิลในระดับโลกของเรา และปรับปรุงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบสถานที่การดำเนินงานของเราด้วยการสร้างงาน

คุณค่าของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจของเรา

การเดินทางของเราในการรักษาความเป็นเลิศเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามที่มีการแพร่ระบาดของโรคเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ถึงแม้ผมจะเคยตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงของเราคือการสร้างคุณค่า แต่ก็นับเป็นวิธีกระตุ้นศักยภาพในการตัดสินใจและการดำเนินการภายในบริษัท อย่างไรก็ตาม การทำงานที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้นส่งผลให้ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างจากโครงการที่ได้ริเริ่มขึ้นก่อนหน้า เรากำลังวางตำแหน่งบริษัทไปสู่ศักยภาพใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งหวังที่รวมการสร้างมูลค่าทั้งหมดเข้าด้วยกัน คาดกันว่าโครงการโอลิมปัสของไอวีแอลซึ่งเป็นโครงการริเริ่มในการปรับเปลี่ยนต้นทุน และรวมถึงการปรับใช้การแก้ปัญหาทางธุรกิจระดับโลกเข้ากับเรื่องทางการเงินทั้งหมด การดำเนินงาน การจัดซื้อจัดจ้าง ห่วงโซ่อุปทาน การขาย และกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 610 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2566 เรายังคงต้องบูรณาการการปฏิบัติงานของเราต่อไปในขณะที่อาศัยการเปลี่ยนแปลงจากแนวหน้าและรักษาวิธีการทำงานแบบใหม่ ทีมงานของเรากำลังดำเนินการเรื่องเหล่านี้โดยอาศัยการเพิ่มขีดความสามารถและความรับผิดชอบที่มากขึ้น ประกอบกับแนวทางที่มีความละเอียดและดีที่สุดในขณะที่เรายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2563 ไอวีแอลได้รับการยอมรับจาก International Data Corporation (IDC) ประเทศไทย และผมได้รับการยกย่องให้เป็น " 2020 DX CEO" สำหรับรางวัล IDC Digital Transformation Awards (DX Awards) ในประเทศไทย การได้รับการยอมรับนี้ช่วยเพิ่มพลังแรงจูงใจของเราเพื่อพัฒนาความร่วมมือระดับโลกในอนาคต

การมุ่งเน้นปัญหาสภาพภูมิอากาศในเชิงปฏิบัติ

ความพยายามของเราในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับแรงผลักดันจากกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมุ่งเน้นในหลัก 4 ประการ ได้แก่ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การลงทุนในเศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการผลักดันให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพของกระบวนการของเราอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการการสร้างความมั่นใจว่าเรามีการดำเนินงานเพื่อลดอัตราการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถึงแม้ยังคงมีความต่อเนื่องในการเติบโตของธุรกิจของเรา หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบ เราแสวงหาหนทางเพื่อลดการใช้พลังงานและน้ำในหน่วยการผลิตของเราและรักษาการให้ความสำคัญต่อเป้าหมายความมุ่งหวังในปี 2568

ไอวีแอลเข้าร่วมแคมเปญ 50 ผู้นำทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Leaders) ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีองค์กรสำคัญต่างๆ เข้าร่วมรวมถึง Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) และUnited Nations Global Compact (UNGC) เพื่อแสดงผลงานที่ได้ดำเนินการผ่านมาในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนธุรกิจนานาชาติ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นของเราในทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

มุ่งเน้นไปที่ศักยภาพเต็มกำลังของเรา

ในฐานะทีมผู้บริหาร เรามีการทำงานรวมเป็นหนึ่งในด้านการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราทุกคนยึดถือเป็นพันธกิจ เรายังคงเน้นความสำคัญไปที่การผนวกรวมการสร้างมูลค่าทุกด้านและให้ความมั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของเราได้มีการบูรณาการและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปลายทางอย่างมีความรับผิดชอบ โดยที่คำนึงถึงความสำคัญและพันธกิจที่มีต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในปี พ.ศ. 2563 เรายังมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินโครงการหลักสูตรผู้นำ เป้าหมายก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้นำในทุกระดับขององค์กรด้วยทักษะและเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานทางธุรกิจสามารถเป็นไปอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2563 การผสมผสานการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การฝึกอบรมเสมือนจริง และการฝึกอบรมกับบุคคลจริง ถูกนำไปใช้ทั่วโลก มีผู้นำที่ฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 200 คน และประมาณ 1,000 คนผ่านการฝึกอบรมทักษะผู้นำของไอวีแอลขั้นพื้นฐานโดยรูปแบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้เรายังได้จัดทำโครงการให้คำปรึกษาสำหรับผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง และจะขยายหลักสูตรต่อไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผู้นำของไอวีแอล

การได้รับการยอมรับเพื่อสะท้อนความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของเรา

ความทุ่มเทของทีมงานไอวีแอลถูกสะท้อนให้เห็นอีกครั้งจากการประเมินที่ได้รับจากองค์กรต่างๆ ในปีที่ผ่านมา เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในดัชนี DJSI World เป็นปีที่สองติดต่อกัน และดัชนี DJSI Emerging Markets เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยในปี พ.ศ. 2563 ไอวีแอลอยู่ในสามอันดับแรกของบริษัทเคมีชั้นนำของโลก

ไอวีแอลได้เข้าร่วมในข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนหลักการ 10 ประการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราได้เข้าร่วมงาน "Thailand Business Leadership for SDGs" ซึ่งจัดโดย Global Compact Network Thailand (GCNT) Forum 2020 ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (UN Conference Center) ในกรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้ช่วยถ่ายทอดวิธีการดำเนินธุรกิจของเราผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยมุ่งเน้นการดำเนินงานในระยะยาว ระหว่างการประชุมไอวีแอลด้ปฏิญาณว่าจะดำเนินการลงทุนในมูลค่า 1,000 ล้านบาทในโครงการและแนวคิดริเริ่มที่สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยตรงและให้คำมั่นที่จะนำเป้าหมายเหล่านี้ผนวกเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์และกิจกรรมหลักทางธุรกิจของเรา

การสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ในขณะที่เราก้าวสู่ทศวรรษถัดไป เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าในการดำเนินงาน 3Ps ซึ่งคือ คน (People) โลก (Planet) และความเจริญรุ่งเรือง (Prosperity) ในการเดินทางนี้เรายังคงมุ่งเน้นไปที่ลำดับความสำคัญ 5 ประการ ซึ่งได้แก่ การเปลี่ยนแปลงต้นทุน ศักยภาพเต็มกำลังทางธุรกิจ การเติบโตในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก ความเป็นผู้นำด้านการรีไซเคิล และการพัฒนาความเป็นผู้นำ

เรามีความรับผิดชอบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียสำคัญของเราซึ่งรวมถึงพนักงาน 25,000 คนและครอบครัวของพวกเขาเช่นเดียวกับลูกค้าและคู่ค้าในอุตสาหกรรมของเรา เราพยายามสร้างคุณค่าเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบบริเวณสถานที่การดำเนินงานของเรา ในขณะที่ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียของเราเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตขององค์กร เราตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความโปร่งใส แนวคิดเรื่อง "การชนะ" ที่ผลักดันให้เกิดความเพียรพยายามและทำให้ไอวีแอลสามารถสร้างความก้าวหน้าได้แม้ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ วัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืนจากแนวคิดภายในไอวีแอลคือปัจจัยแห่งความสำเร็จในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า

เรายังคงตื่นตัวและเฝ้าระวังสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามวิธีการที่เราจัดการกับวิกฤตนี้ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ด้วยความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์กว่าเดิมเพื่อ และมุ่งเน้นการการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนของเราในทุกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

ท้ายที่สุด เราขอขอบคุณพนักงาน ผู้มีส่วนได้เสีย คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้ร่วมงานของเราสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนทำให้ปี พ.ศ. 2563 เป็นปีแห่งความสำเร็จภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายเ

อาลก โลเฮีย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ